วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ลัทธิคอมมิวนิสต์
19 สิงหาคม ค.ศ.1991
บอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีของสหพันธรัฐเซีย ได้นำพลังประชาชนก่อ
รัฐประหารยึดอำนาจประธานาธิบดี กอร์บาชอฟ แห่งสหภาพโซเวียตจนได้
รับชัยชนะ เป็นเหตุให้พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเรืองอำนาจมาเป็นเวลานานกว่า
70 ปี หมดบทบาทและอิทธิพลลงพร้อมๆกับการล่มสลายของสหภาพสาธารณ
รัฐสังคมโซเวียต ปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของชาติผู้นำฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์
ของประเทศที่ได้ชื่อว่า กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในโลกลงอย่างสิ้นเชิง และส่งผล
ให้จำนวนคอมมิวนิสต์ทั่วโลกลดฮวบลงจนกล่าวได้ว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ถึงกาล
อวสานลงไป ณ บัดนั้น
คอมมิวนิสต์
เพื่อก่อการปฎิวัติการปกครองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
เป็นผู้ประดิฐ์ขึ้น หมายถึงการรวมกันของบรรดาทรัพย์สิน
ทั้งหลายให้เป็นของกลางร่วมกัน
ก่อนหน้าที่คำว่า "คอมมิวนิสต์" จะอุบัติขึ้น
เคยมีคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันเกิดขึ้นมาก่อน
แพร่หลายทั้งในประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ
นั่นคือคำว่า "โซเชียลิสม์"
โซเชียลิสม์เป็นคำที่โรเบิร์ต โอเวน คิดขึ้นสำหรับใช้ใน
สังคมที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามอุดมคติ ซึ่งปรารถนาจะแก้ไข
ปัญหาความยากจนและไม่ทัดเทียมกันของมนุษย์ โดยใช้
หนทางแก้ไขด้วยการรวมทรัพย์สินเข้าเป็นของกลาง
ความคิดในการแก้ไขปัญหาความยากจน
และสร้างความทัดเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์นั้น
มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เชื่อกันว่าเมื่อ 693 ปีก่อนคริสต์กาล
จักรพรรดิไลเคอร์กุส ได้จัดการปกครองกรุงสปาร์ตาใหม่
ด้วยการยกเลิกสิทธิของบรรดาทรัพย์สินทั้งสิ้นและยึด
เข้ามาเป็นของกลางและนำมาแบ่งปันให้แก่ประชาชน
พลเมืองเท่า ๆ กัน
ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนากล่าวถึงยุคพระศรีอาริย์ว่า
เป็นยุคที่ผู้คนอยู่ในศีลธรรมความดีสามารถแบ่งปันความสุข
ความมั่งคั่งให้แก่กัน ในด้านทรัพย์สินซึ่งเป็นสมบัติส่วนกลาง
ก็แบ่งปันให้อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้สังคมมีความเสมอภาค
และมีความสุข
นอกจากนั้น เพลโต นักปรัชญาเมธีชาวกรีก ก็เคยกล่าว..
อเมริกาเหนือ โดยเฉพาะที่อพยพมาจากประเทศอังกฤษ
พอใจในการจัดสังคมแห่งความเสมอภาค โดยร่วมกันทำ
และร่วมกันใช้ มีการแบ่งปันทรัพย์สินที่หาได้ให้แก่ทุกคน
ตามหลักเกณฑ์แห่งความเสมอภาค
สาระสำคัญของโซเชียลิสม์และคอมมิวนิสต์
ในระยะแรกค่อนข้างคล้ายคลึงกัน จะแตกต่างอยู่บ้าง
ก็ในรายละเอียดของการปฎิวัติ แต่ต่อมาเมื่อคอมมิวนิสต์
ได้รับการพัฒนาเป็นลัทธิการเมือง ความหมายของคำว่า
คอมมิวนิสต์จึงกว้างขวางขึ้น จนรวมไปถึงการปฎิวัติ
จัดสังคมใหม่เพื่อรวมทรัพย์สินเป็นของส่วนกลาง
การปฎิวัติในฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1796 เป็นการปฎิวัติเพื่อมุ่ง
ไปสู่สังคมตามแบบอย่างคอมมิวนิสต์
บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งลัทธิคอมมิวนิสต์สมัยใหม่
ได้แก่ คาร์ล มากซ์ นักคิดชาวเยอรมันเชื้อสายยิวซึ่งมี
อุดมคติทางการเมืองว่า พรรคคอมมานิสต์เป็นพรรคปฎิวัติ
โค่นล้มระบบทุนนิยม แล้วสร้างสรรคระบบสังคมนิยมขึ้น
เพื่อร่วมมือกับคอมมิวนิสต์ในประเทศต่าง ๆ สร้างความ
เป็นสากลของชนชั้นกรรมาชีพชึ้น และผู้สืบทอดอุดมการณ์
สำคัญของ มากซ์ ก็คือ วลาดิมีร์ เลนิน ผู้นำคนสำคัญ
บอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีของสหพันธรัฐเซีย ได้นำพลังประชาชนก่อ
รัฐประหารยึดอำนาจประธานาธิบดี กอร์บาชอฟ แห่งสหภาพโซเวียตจนได้
รับชัยชนะ เป็นเหตุให้พรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเรืองอำนาจมาเป็นเวลานานกว่า
70 ปี หมดบทบาทและอิทธิพลลงพร้อมๆกับการล่มสลายของสหภาพสาธารณ
รัฐสังคมโซเวียต ปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของชาติผู้นำฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์
ของประเทศที่ได้ชื่อว่า กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในโลกลงอย่างสิ้นเชิง และส่งผล
ให้จำนวนคอมมิวนิสต์ทั่วโลกลดฮวบลงจนกล่าวได้ว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ถึงกาล
อวสานลงไป ณ บัดนั้น
![]() |
บอริส เยลซิน
|
สำหรับคำว่าคอมมิวนิสต์นั้น มีขึ้นครั้งแรกที่กรุงปารีส
เมื่อ ค.ศ. 1834 โดยกลุ่มสมาชิกสมาคมลับที่รวมตัวกันเพื่อก่อการปฎิวัติการปกครองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
เป็นผู้ประดิฐ์ขึ้น หมายถึงการรวมกันของบรรดาทรัพย์สิน
ทั้งหลายให้เป็นของกลางร่วมกัน
ก่อนหน้าที่คำว่า "คอมมิวนิสต์" จะอุบัติขึ้น
เคยมีคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันเกิดขึ้นมาก่อน
แพร่หลายทั้งในประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ
นั่นคือคำว่า "โซเชียลิสม์"
โซเชียลิสม์เป็นคำที่โรเบิร์ต โอเวน คิดขึ้นสำหรับใช้ใน
สังคมที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตามอุดมคติ ซึ่งปรารถนาจะแก้ไข
ปัญหาความยากจนและไม่ทัดเทียมกันของมนุษย์ โดยใช้
หนทางแก้ไขด้วยการรวมทรัพย์สินเข้าเป็นของกลาง
ความคิดในการแก้ไขปัญหาความยากจน
และสร้างความทัดเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์นั้น
มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เชื่อกันว่าเมื่อ 693 ปีก่อนคริสต์กาล
จักรพรรดิไลเคอร์กุส ได้จัดการปกครองกรุงสปาร์ตาใหม่
ด้วยการยกเลิกสิทธิของบรรดาทรัพย์สินทั้งสิ้นและยึด
เข้ามาเป็นของกลางและนำมาแบ่งปันให้แก่ประชาชน
พลเมืองเท่า ๆ กัน
ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนากล่าวถึงยุคพระศรีอาริย์ว่า
เป็นยุคที่ผู้คนอยู่ในศีลธรรมความดีสามารถแบ่งปันความสุข
ความมั่งคั่งให้แก่กัน ในด้านทรัพย์สินซึ่งเป็นสมบัติส่วนกลาง
ก็แบ่งปันให้อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้สังคมมีความเสมอภาค
และมีความสุข
นอกจากนั้น เพลโต นักปรัชญาเมธีชาวกรีก ก็เคยกล่าว..
ถึงรัฐในอุดมคติของตนว่า เป็นรัฐที่จัดการปกครองโดยยึด
หลักความเท่าเทียมของประชาชน บรรดาทรัพย์สินทั้งหลาย
ถือเป็นของกลาง และแบ่งพลเมืองทั้งหมดเป็น 3 พวกคือ
พวกช่าง พวกทหาร และพวกปกครอง โดยเรียกสังคม
ในอุดมคติของตนนี้ว่า "รีพับลิก" ซึ่งหมายถึง
สาธารณรัฐในสังคมปัจจุบันนั่นเอง
ยุคก่อนประเทศสหรัฐอเมริกา ชาวอาณานิคมในทวีปหลักความเท่าเทียมของประชาชน บรรดาทรัพย์สินทั้งหลาย
ถือเป็นของกลาง และแบ่งพลเมืองทั้งหมดเป็น 3 พวกคือ
พวกช่าง พวกทหาร และพวกปกครอง โดยเรียกสังคม
ในอุดมคติของตนนี้ว่า "รีพับลิก" ซึ่งหมายถึง
สาธารณรัฐในสังคมปัจจุบันนั่นเอง
![]() |
กอร์บาชอฟ
|
อเมริกาเหนือ โดยเฉพาะที่อพยพมาจากประเทศอังกฤษ
พอใจในการจัดสังคมแห่งความเสมอภาค โดยร่วมกันทำ
และร่วมกันใช้ มีการแบ่งปันทรัพย์สินที่หาได้ให้แก่ทุกคน
ตามหลักเกณฑ์แห่งความเสมอภาค
ในระยะแรกค่อนข้างคล้ายคลึงกัน จะแตกต่างอยู่บ้าง
ก็ในรายละเอียดของการปฎิวัติ แต่ต่อมาเมื่อคอมมิวนิสต์
ได้รับการพัฒนาเป็นลัทธิการเมือง ความหมายของคำว่า
คอมมิวนิสต์จึงกว้างขวางขึ้น จนรวมไปถึงการปฎิวัติ
จัดสังคมใหม่เพื่อรวมทรัพย์สินเป็นของส่วนกลาง
การปฎิวัติในฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1796 เป็นการปฎิวัติเพื่อมุ่ง
ไปสู่สังคมตามแบบอย่างคอมมิวนิสต์
บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งลัทธิคอมมิวนิสต์สมัยใหม่
ได้แก่ คาร์ล มากซ์ นักคิดชาวเยอรมันเชื้อสายยิวซึ่งมี
อุดมคติทางการเมืองว่า พรรคคอมมานิสต์เป็นพรรคปฎิวัติ
ที่รวมศูนย์แห่งอำนาจทางการเมืองของชนชั้นกรรมาชีพ
และเป็นผู้แทนของชนชั้นกรรมาชีพที่มีพันธะในการปฎิวัติโค่นล้มระบบทุนนิยม แล้วสร้างสรรคระบบสังคมนิยมขึ้น
เพื่อร่วมมือกับคอมมิวนิสต์ในประเทศต่าง ๆ สร้างความ
เป็นสากลของชนชั้นกรรมาชีพชึ้น และผู้สืบทอดอุดมการณ์
สำคัญของ มากซ์ ก็คือ วลาดิมีร์ เลนิน ผู้นำคนสำคัญ
ของการปฎิวัติรัสเซีย
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553
พระฉายาลักษณ์
พระฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ
สัมผัสพระหัตถ์ กับ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเยอรมนี
ระหว่างเสด็จเยือนเยอรมันเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2477
ภายหลังพระองค์สละราชบังลังค์ และก่อนหน้าที่
ฮิตเลอร์จะรุกรานยุโรปในอีกหลายปีต่อมา
..........ขอบคุณที่มาของภาพ .........
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
กินตามกรุ๊ปเลือด
คนเลือดกรุ๊ป A
เน้นผักผลไม้ ถ้าคุณเป็นคนเลือดกรุ๊ป A ปัญหาหนึ่งที่สังเกตุได้ก็คือ มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อเสมอเพราะคุณมีกรดในกระเพาะในปริมาณน้อย ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี นอกจากนี้ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่ค่อยมีระสิทธิภาพ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและหัวใจได้
โปรตีนจากเนื้อสัตว์
เนื่องจากท้องไส้ของคนเลือดกรุ๊ป A ไม่ค่อยดีนัก โปรตีนที่ย่อยง่ายเช่นปลาต่าง ๆ จัดเป็นอาหารที่ดีไม่ควรมองข้าม และควรเลือกกินปลาที่มีเนื้อแดง งดปลาเนื้อขาวเพราะในปลาเนื้อขาวมีเลกติน ที่ชอบขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหารอยู่ ควรกินให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ส่วนพวกอาหารทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง หอยก็สามารถกินได้ พวกไข่หรือเนื้อไก่สามารถกินได้นิดหน่อย สัก 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นไปได้ควรกินไข่ขาวมากกว่าไข่แดง
ส่วนผลิตภัณฑ์จากนม
เช่น นมสด ชีส โยเกิร์ต หรือแม้แต่นมสดจากพืชคือนมถั่วเหลืองสามารถกินได้ทั้งสิ้น แต่ควรกินสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป และเลือกกินชีส นมสด หรือโยเกิร์ตที่ระบุว่าพร่องไขมันเนยหรือไม่มีไขมันเนย จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานเบาลง
โปรตีนจากพืช
ถ้าคุณชอบกินถั่วต่าง ๆ รวมทั้งเล็ดพันธุ์ธัญพืชก็เหมาะมาก เหล่านี้คุณสามารถกินทดแทนโปรตีนจากสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลันเตา ถั่วงอก เมล็ดทานตะวันเมล็ดฟักทอง งาดำ ถั่วลิสง เต้าหู้หลอด เต้าหู้แข็ง เต้าฮวย
ผักผลไม้ต่าง ๆ
ผักจะช่วยให้คุณสบายท้องขับถ่ายดีขึ้น คุณสามารถเลือกกินได้ทั้งสุกและดิบ นอกจากนี้ผักผลไม้อุดมไปด้วยเกลือแร่และวิตามิน จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น ผักที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น งาดำ แครอต ฟักทอง ผักโขม กระเทียม ยิ่งกินยิ่งดี ส่วนผลไม้คุณสามารถกินได้หลากหลาย แต่ควรเลือกผลไม้ที่ย่อยง่าย จึงไม่ควรกิน มะม่วง แคนตาลูป กล้วย ส้ม แตงโม.
คนเลือดกรุ๊ป B
คนเลือดกรุ๊ป B ส่วนมากมักจะมีรูปร่างเจ้าเนื้อ ไม่เพียงแต่จะมีรูปร่างเกินตัวคุณยังแพ้ง่าย ไม่ว่าดอกไม้หอม อาหาร หรือแม้แต่แพ้ภูมิตัวเองด้วยซ้ำ พวกเชื้อไวรัสทำให้เสียสุขภาพอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะโรคหวัดเป็นของคู่กัน บ่อยครั้งคุณอาจคิดว่าตัวเองเป็นโรคเกาต์ เพราะมีอาการปวดบวมตามข้อประจำ ทั้ง ๆ ที่ความจริงเกี่ยวกับระบบประสาทที่ไม่ดีนักต่างหาก
โปรตีนจากเนื้อสัตว์และโปรตีนจากพืช
โปรตีนที่ควรสนใจก็คือโปรตีนไขมันต่ำ คอเลสเตอรอลน้อย เช่น เนื้อไก่ไร้หนัง ปลาทะเล อาหารทะเลควรกินแต่น้อยเพราะมีคอลเลสเตอรอลสูงมาก ทั้ง ปู กุ้ง หอย ต่าง ๆไม่ควรกินเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และควรจำกัดปริมาณให้เหมาะสมถ้าชอบโปรตีนจากพืชยิ่งเหมาะมากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีไขมันน้อย สามารถกินได้ทุกมื้อ
คาร์โบไฮเดรต
ถั่ว งา แป้งสาลี เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ไม่ดีต่อคนเลือดกรุ๊ป B อาหารพวกนี้จะยิ่งสร้างไขมันและไม่ดีต่อระบบเลือดของคุณ คุณควรได้คาร์โบไฮเดรตจากข้าวจ้าว หรือน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้ที่นำไปใช้ได้ทันทีจะดีกว่า
ผักผลไม้ต่าง ๆ
ผลไม้ที่มีกากใยหรือไฟเบอร์สูง ๆ และมีน้ำตาลรวมทั้งไขมันต่ำเหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้มจะมีแมกนีเซียมสูงมาก ซึ่งจะช่วยลดอาการแพ้เช่นผื่นคันต่าง ๆ ได้ดี และอาหารจัดอยู่ในประเภทสมุนไพรต่าง ๆ ก็เหมาะมาก.
คนเลือดกรุ๊ป AB
กินแป้งและผลไม้ให้มาก เนื่องจากคนที่มีเลือดกรุ๊ป AB เป็นการผสมผสานระหว่างคนเลือดกรุ๊ป A และกรุ๊ป B ดังนั้นกการกินจึงมีความคล้ายคลึงกับกรุ๊ปเลือดทั้งสองมาก คือความเน้นผักผลไม้ให้มากแบบคนเลือดกรุ๊ป A ขณะที่กินโปรตีนให้น้อยหน่อยแต่กินแป้งขึ้นอีกนิด ซึ่งมิได้หมายความว่าให้กินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก แต่ควรเป็นแป้งที่มีไฟเบอร์ผสมในปริมาณจำกัด เพราะะทำให้ขับถ่ายดีไม่สะสมเป็นไขมัน นอกจากนี้คนเลือดกรุ๊ป AB ยังต้องกินอาหารที่มีกรดสูงสักหน่อย เพราะปริมาณกรดในกระเพาะอาหารคุณต่ำ และเลือกกินอาหารที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วย
โปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช
ควรกินเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย คอเลสเตอรอลต่ำเช่น ปลา ไก่ และนมต่าง ๆ และเสริมด้วยโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้แบบต่าง ๆ นมถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วดำ
คาร์โบไฮเดรต
การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพสูง จะทำให้คุณได้ไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสมแต่มีไขมันต่ำเช่น จมูกข้าวสาลี ข้างกล้อง ข้าวโพด มันเทศ เผือก ธัญพืชต่ำ เช่น งาดำ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ซึ่งสามารถกินได้ตลอดช่วงของว่าง
ผักผลไม้ต่าง ๆ
ผักที่ควรสนใจคือผักที่มีไฟเบอร์สูง อย่างผักใบต่าง ๆ เช่น ผักโขม ผักบุ้ง ผักกาดหอม ผักกว้างตุ้ง ผักคะน้า ผักกาดขาว ส่วนผลไม้ที่ควรกินคือผลไม้เปรี้ยวนิด ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารให้ย่อยได้ดีขึ้น เช่น สัปปะรด ส้มรสอ่อน ๆ มะม่วงดิบที่ไม่เปรี้ยวนัก องุ่น ส้มโอ มังคุด.
คนเลือดกรุ๊ป O
กินโปรตีนตามสบาย แม้ว่าคนเลือดกรุ๊ป O จะมีระบบการย่อยอาหารจากโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ที่ดีกว่าคนทั่วไปแต่มักเผาผลาญได้ไม่ดีนัก ดังนั้นควรกินโปรตีนให้มากได้ แต่ควรเลือกโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เพื่อไม่ให้อ้วนง่าย และกินอาหารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวดีขึ้น
โปรตีนจากเนื้อและโปรตีนจากพืช
คุณโชคดีที่สามารถกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด ทั้ง หมู ไก่ เนื้อวัว และอาหารทะเล เช่น ปู ปลา กุ้ง หอย แมงกระพรุน เพียงแต่ต้องปรุงให้มีไขมันน้อย ๆ พวกเนย นม ไข่ ก็สามารถกินได้ นอกจากนี้โปรตีนจากพืชก็สามารถกินได้ทุกมื้อ และยิ่งทำให้คุณเบาสบาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากถั่วที่แปรรูปแล้วจะยิ่งย่อยง่ายมาก เช่น เต้าหู้ เต้าฮวย
คาร์โบไฮเดรต
เมื่อกินโปรตีนมากแล้วควรลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต บางมื้อไม่ควรกินข้าวเลยด้วยซ้ำแต่ถ้าอยากได้พวกแป้งบ้าง ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลีที่ผสมธัญพืชหรือไฟเบอร์ในปริมาณสูง
ผักผลไม้ต่าง ๆ
สามารถกินผลไม้ได้หลากหลาย แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูง ผักที่ควรให้ความสนใจคือผักที่มีวิตามิน K ที่จะช่วยให้เลือดเเข็งตัวขึ้น เช่น ผักโขม ผักบุ้ง บร็อกโคลี่ กุยช่าย สาหร่าย ถั่วต่าง ๆ นมสด
ส่วนผลไม้ต่าง ๆ
ควรกินในมื้อของว่าง คือผลไม้ที่มีกรดไม่สูงมาก เช่น กล้วย มะม่วง แตงโม ฝรั่ง เงาะ ควรเลี่ยง ส้ม สัปปะรด มะเฟือง หรือผลไม้เปรี้ยว ๆ ทั้งหลายซึ่งจะทำให้คุณแสบกระเพาะอาหาร ถ้าชอบเครื่องดื่มควรดื่มน้ำผักผลไม้แทน ชา กาแฟ ซึ่งเครื่องดื่มให้โทษเหล่านี้ยังมีกรดในปริมาณสูงมาก ซึ่งไม่ดีต่อกระเพาะอาหารของคุณแน่
เน้นผักผลไม้ ถ้าคุณเป็นคนเลือดกรุ๊ป A ปัญหาหนึ่งที่สังเกตุได้ก็คือ มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อเสมอเพราะคุณมีกรดในกระเพาะในปริมาณน้อย ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี นอกจากนี้ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่ค่อยมีระสิทธิภาพ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและหัวใจได้
โปรตีนจากเนื้อสัตว์
เนื่องจากท้องไส้ของคนเลือดกรุ๊ป A ไม่ค่อยดีนัก โปรตีนที่ย่อยง่ายเช่นปลาต่าง ๆ จัดเป็นอาหารที่ดีไม่ควรมองข้าม และควรเลือกกินปลาที่มีเนื้อแดง งดปลาเนื้อขาวเพราะในปลาเนื้อขาวมีเลกติน ที่ชอบขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหารอยู่ ควรกินให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง ส่วนพวกอาหารทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง หอยก็สามารถกินได้ พวกไข่หรือเนื้อไก่สามารถกินได้นิดหน่อย สัก 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นไปได้ควรกินไข่ขาวมากกว่าไข่แดง
ส่วนผลิตภัณฑ์จากนม
เช่น นมสด ชีส โยเกิร์ต หรือแม้แต่นมสดจากพืชคือนมถั่วเหลืองสามารถกินได้ทั้งสิ้น แต่ควรกินสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป และเลือกกินชีส นมสด หรือโยเกิร์ตที่ระบุว่าพร่องไขมันเนยหรือไม่มีไขมันเนย จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานเบาลง
โปรตีนจากพืช
ถ้าคุณชอบกินถั่วต่าง ๆ รวมทั้งเล็ดพันธุ์ธัญพืชก็เหมาะมาก เหล่านี้คุณสามารถกินทดแทนโปรตีนจากสัตว์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลันเตา ถั่วงอก เมล็ดทานตะวันเมล็ดฟักทอง งาดำ ถั่วลิสง เต้าหู้หลอด เต้าหู้แข็ง เต้าฮวย
ผักผลไม้ต่าง ๆ
ผักจะช่วยให้คุณสบายท้องขับถ่ายดีขึ้น คุณสามารถเลือกกินได้ทั้งสุกและดิบ นอกจากนี้ผักผลไม้อุดมไปด้วยเกลือแร่และวิตามิน จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น ผักที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น งาดำ แครอต ฟักทอง ผักโขม กระเทียม ยิ่งกินยิ่งดี ส่วนผลไม้คุณสามารถกินได้หลากหลาย แต่ควรเลือกผลไม้ที่ย่อยง่าย จึงไม่ควรกิน มะม่วง แคนตาลูป กล้วย ส้ม แตงโม.
คนเลือดกรุ๊ป B
คนเลือดกรุ๊ป B ส่วนมากมักจะมีรูปร่างเจ้าเนื้อ ไม่เพียงแต่จะมีรูปร่างเกินตัวคุณยังแพ้ง่าย ไม่ว่าดอกไม้หอม อาหาร หรือแม้แต่แพ้ภูมิตัวเองด้วยซ้ำ พวกเชื้อไวรัสทำให้เสียสุขภาพอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะโรคหวัดเป็นของคู่กัน บ่อยครั้งคุณอาจคิดว่าตัวเองเป็นโรคเกาต์ เพราะมีอาการปวดบวมตามข้อประจำ ทั้ง ๆ ที่ความจริงเกี่ยวกับระบบประสาทที่ไม่ดีนักต่างหาก
โปรตีนจากเนื้อสัตว์และโปรตีนจากพืช
โปรตีนที่ควรสนใจก็คือโปรตีนไขมันต่ำ คอเลสเตอรอลน้อย เช่น เนื้อไก่ไร้หนัง ปลาทะเล อาหารทะเลควรกินแต่น้อยเพราะมีคอลเลสเตอรอลสูงมาก ทั้ง ปู กุ้ง หอย ต่าง ๆไม่ควรกินเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และควรจำกัดปริมาณให้เหมาะสมถ้าชอบโปรตีนจากพืชยิ่งเหมาะมากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีไขมันน้อย สามารถกินได้ทุกมื้อ
คาร์โบไฮเดรต
ถั่ว งา แป้งสาลี เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ ไม่ดีต่อคนเลือดกรุ๊ป B อาหารพวกนี้จะยิ่งสร้างไขมันและไม่ดีต่อระบบเลือดของคุณ คุณควรได้คาร์โบไฮเดรตจากข้าวจ้าว หรือน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้ที่นำไปใช้ได้ทันทีจะดีกว่า
ผักผลไม้ต่าง ๆ
ผลไม้ที่มีกากใยหรือไฟเบอร์สูง ๆ และมีน้ำตาลรวมทั้งไขมันต่ำเหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้มจะมีแมกนีเซียมสูงมาก ซึ่งจะช่วยลดอาการแพ้เช่นผื่นคันต่าง ๆ ได้ดี และอาหารจัดอยู่ในประเภทสมุนไพรต่าง ๆ ก็เหมาะมาก.
คนเลือดกรุ๊ป AB
กินแป้งและผลไม้ให้มาก เนื่องจากคนที่มีเลือดกรุ๊ป AB เป็นการผสมผสานระหว่างคนเลือดกรุ๊ป A และกรุ๊ป B ดังนั้นกการกินจึงมีความคล้ายคลึงกับกรุ๊ปเลือดทั้งสองมาก คือความเน้นผักผลไม้ให้มากแบบคนเลือดกรุ๊ป A ขณะที่กินโปรตีนให้น้อยหน่อยแต่กินแป้งขึ้นอีกนิด ซึ่งมิได้หมายความว่าให้กินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก แต่ควรเป็นแป้งที่มีไฟเบอร์ผสมในปริมาณจำกัด เพราะะทำให้ขับถ่ายดีไม่สะสมเป็นไขมัน นอกจากนี้คนเลือดกรุ๊ป AB ยังต้องกินอาหารที่มีกรดสูงสักหน่อย เพราะปริมาณกรดในกระเพาะอาหารคุณต่ำ และเลือกกินอาหารที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วย
โปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช
ควรกินเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย คอเลสเตอรอลต่ำเช่น ปลา ไก่ และนมต่าง ๆ และเสริมด้วยโปรตีนจากพืช เช่น เต้าหู้แบบต่าง ๆ นมถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วดำ
คาร์โบไฮเดรต
การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพสูง จะทำให้คุณได้ไฟเบอร์ในปริมาณที่เหมาะสมแต่มีไขมันต่ำเช่น จมูกข้าวสาลี ข้างกล้อง ข้าวโพด มันเทศ เผือก ธัญพืชต่ำ เช่น งาดำ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ซึ่งสามารถกินได้ตลอดช่วงของว่าง
ผักผลไม้ต่าง ๆ
ผักที่ควรสนใจคือผักที่มีไฟเบอร์สูง อย่างผักใบต่าง ๆ เช่น ผักโขม ผักบุ้ง ผักกาดหอม ผักกว้างตุ้ง ผักคะน้า ผักกาดขาว ส่วนผลไม้ที่ควรกินคือผลไม้เปรี้ยวนิด ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารให้ย่อยได้ดีขึ้น เช่น สัปปะรด ส้มรสอ่อน ๆ มะม่วงดิบที่ไม่เปรี้ยวนัก องุ่น ส้มโอ มังคุด.
คนเลือดกรุ๊ป O
กินโปรตีนตามสบาย แม้ว่าคนเลือดกรุ๊ป O จะมีระบบการย่อยอาหารจากโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ที่ดีกว่าคนทั่วไปแต่มักเผาผลาญได้ไม่ดีนัก ดังนั้นควรกินโปรตีนให้มากได้ แต่ควรเลือกโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เพื่อไม่ให้อ้วนง่าย และกินอาหารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวดีขึ้น
โปรตีนจากเนื้อและโปรตีนจากพืช
คุณโชคดีที่สามารถกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด ทั้ง หมู ไก่ เนื้อวัว และอาหารทะเล เช่น ปู ปลา กุ้ง หอย แมงกระพรุน เพียงแต่ต้องปรุงให้มีไขมันน้อย ๆ พวกเนย นม ไข่ ก็สามารถกินได้ นอกจากนี้โปรตีนจากพืชก็สามารถกินได้ทุกมื้อ และยิ่งทำให้คุณเบาสบาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากถั่วที่แปรรูปแล้วจะยิ่งย่อยง่ายมาก เช่น เต้าหู้ เต้าฮวย
คาร์โบไฮเดรต
เมื่อกินโปรตีนมากแล้วควรลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต บางมื้อไม่ควรกินข้าวเลยด้วยซ้ำแต่ถ้าอยากได้พวกแป้งบ้าง ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลีที่ผสมธัญพืชหรือไฟเบอร์ในปริมาณสูง
ผักผลไม้ต่าง ๆ
สามารถกินผลไม้ได้หลากหลาย แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูง ผักที่ควรให้ความสนใจคือผักที่มีวิตามิน K ที่จะช่วยให้เลือดเเข็งตัวขึ้น เช่น ผักโขม ผักบุ้ง บร็อกโคลี่ กุยช่าย สาหร่าย ถั่วต่าง ๆ นมสด
ส่วนผลไม้ต่าง ๆ
ควรกินในมื้อของว่าง คือผลไม้ที่มีกรดไม่สูงมาก เช่น กล้วย มะม่วง แตงโม ฝรั่ง เงาะ ควรเลี่ยง ส้ม สัปปะรด มะเฟือง หรือผลไม้เปรี้ยว ๆ ทั้งหลายซึ่งจะทำให้คุณแสบกระเพาะอาหาร ถ้าชอบเครื่องดื่มควรดื่มน้ำผักผลไม้แทน ชา กาแฟ ซึ่งเครื่องดื่มให้โทษเหล่านี้ยังมีกรดในปริมาณสูงมาก ซึ่งไม่ดีต่อกระเพาะอาหารของคุณแน่
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สตรีดาวเด่น /Spain
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ประวัติศาสตร์ฆาตกรรมของโลก
1. ซัดดัม ฮุสเซ็น
อนุสาวรีย์ของซัดดัม ฮุสเซ็น ที่เคยตั้งอยู่ใจกลางเมืองของกรุงแบกแดด ได้ถูกทำลายได้แพร่ภาพไปทั่วทุกมุมโลกนั้น ได้เป็นสัญญาณให้ชาวโลกได้เห็นว่า มหาอำนาจที่ซัดดัมได้สั่งสมมานานนับหลายปีนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่กระนั้นเหตุการณ์เหล่านี้ก็จะเป็นความทรงจำและเป็นภาพประวัติศาสตร์ของชาวโลก ชาวอิรักโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเคิร์ตซึ่งซัดดัมเคยสั่งการให้กองทหารของเขากระทำต่อประชาชนชาวเคิร์ตเยี่ยงฆาตกรใจโหด ที่ได้สั่งการให้ฆาตกรรมหมู่ประชาชนชาวเคิร์ตอย่างไร้มนุษยธรรม แต่ฆาตกรการเมืองใจโหดอย่างซัดดัม ฮุสเซ็น นั้นได้มีมานับเป็นเวลาช้านานหลายศตวรรษแล้ว
2. โจเซฟ สตาลิน
นับว่าเป็นผู้นำที่สังหารประชาชนชาวโซเวียตเป็นอันดับหนึ่งของโลก เมื่อสตาลินได้ขึ้นเป็นผู้นำระดับประเทศนั้น เขาได้ทำการปฎิรูประบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ดังนั้นชาวนาเกษตรกรที่เคยมีพื้นดินทำกินเป็นของตัวเองจำต้องถูกยึดให้เป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าต้องมีประชาชนในโซเวียตได้ต่อต้านเป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั้นจากการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารแผ่นดินในครั้งนั้น สตาลินได้สังหารประชาชนไปเป็นจำนวนถึง 11.4 ล้านคน แและต่อมาภายใต้สงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนชาวโซเวียตก็ต้องถูกสังหารอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน.
3. เหมาเจ๋อตุง
ซึ่งนับว่าเป็นผู้นำที่มีอำนาจภายใต้ระบบการปกครองลัทธิคอมมิวนิสต์ที่นานมากและก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาได้สั่งการฆาตกรรมประชาชนชาวจีนเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน คือนับตั้งแต่ปี 1923 และได้สิ้นสุดอำนาจลงเมื่อปี 1976 ต่อมาในปี 1949 เหมาก็ได้เข้ายึดอำนาจกองทัพทหารของเจียงไคเช็ด ซึ่งมีระบบการปกครองลัทธิฟาซิส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างปี 1964-1975 ซึ่งเป็นปีที่แสดงความโหดร้ายของเหมาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเขาได้สั่งการบังคับขู่เข็ญให้ประชาชนผู้มีการศึกษาไปทำไร่ทำนาแทนที่จะใช้วิชาความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาที่ได้เล่าเรียนมา สำหรับผู้ที่ต่อต้านหรือไม่สามารถที่จะกระทำตามได้ก็จะถูกสังหาร ดังนั้นจึงมีประชาชนที่น่าจะทำประโยชน์และเป็นทรัพยากรให้แก่บ้านเมืองต้องล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก.
4. อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
อดีตผู้นำลัทธินาซีชาวเยอรมัน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้ที่ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นความทรงจำของประชาชนไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวยิวที่ถูกทหารนาซีสังหารอย่างไร้มนุษยธรรม จุดประสงค์ฮิตเลอร์ก็เพื่อที่จะต้องการเป็นเจ้ามหาอำนาจทางการเมืองในยุโรปแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ในที่สุดสิ้นอำนาจลงโดยเขาได้ครองอำนาจให้ระหว่างปี 1933-1945 เท่านั้น วิธีการสังหารหมู่ได้แสดงถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตของเขาก็คือการที่ได้คุมขังชาวยิวในแค้มป์ปิดแล้วรมควันแก๊สพิษอันเป็นเรื่องราวที่ยังเป็นที่จดจำจนกระทั่งทุกวันนี้
5. เจียงไคเช็ด
คืออดีตนายพลผู้นำลัทธิฟาซิสของจีนที่อยู่ในอำนาจระหว่างปี 1921-1948 ซึ่งในระหว่างที่เจียงไคเช็ดอยู่ในอำนาจ เขาจำต้องต่อสู้กับศัตรูทางการเมืองถึง 2 ฝ่ายด้วยกัน คือญี่ปุ่น ที่ได้พยายามรุกรานเขตแดนของจีนอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกฝ่ายก็คือเหมาเจ๋อตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ที่ได้พยายามรวบรวมอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก็ได้มีการสู้รบกันเป็นระยะเวลาหลายปี แต่ในที่สุดเจียงไคเช็ดก็ได้พ่ายแพ้แก่เหมาในปี 1949 ซึ่งก็ได้ไช้วิธีกระทำการโหดเหี้ยมทารุณเป็นอย่างยิ่ง.
6. วลาดิเมีย อีลิคท์ เลนิน
หลังจากโซเวียตได้ขับพระราชวงศ์พระเจ้าซ่าร์ลงจากอำนาจของประเทศได้ในปี 1917เลนินก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไป ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สงบ แต่เลนินนั้นต้องการที่จะเป็นผู้เผด็จการของประเทศ ดังนั้นเขาจึงได้จัดระบบใหม่ตามความคิดของเขาจนในที่สุดก็ได้เกิดความขัดแย้งและก่อให้เกิดสงครามในประเทศขึ้นในปี 1918-1920ซึ่งเป็นเหตุให้มีการสูญเสียชีวิตของประชาชนอย่างมากมาย
7. โตโจ ฮิเดกิ
อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าองค์จักรพรรดิฮิโรฮิโต ผู้ซึ่งไม่เคยมีอำนาจทางการเมืองของประเทศแต่อย่างใด และระหว่างที่สงครามโลกครั้งที่ 2ยังคุกรุ่น ทหารญี่ปุ่นก็ได้รุกรานหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเซียด้วยวิธีการอำมหิตเช่นกัน หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง ฮิลเลอร์แพ้สงครามฮิเดกิได้ถูกตัดสินเป็นอาชญากรสงครามและถูกประหารชีวิตโดยการถูกแขวนคอเมื่อปี 1948.
8. พอลพต
อดีตผู้นำกลุ่มเขมรแดงซึ่งได้สิ้นชีวิตลงเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ที่ได้เข้ายึดอำนาจประเทศกัมพูชาด้วยการสู้รบอย่างนองเลือดในปี 1975 หลังจากที่ได้ครองอำนาจแล้วก็ได้นำลัทธิของเหมาเข้ามาบริหารประเทศซึ่งได้ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียชีวิตจากการถูกสังหารบ้าง หรือความอดอยากไปนับ 1.5 ล้านคน นอกจากนั้นก็ได้สังหารผู้ต่อต้านการปกครองของพอลพตอีกเป็นจำนวนมาก.
9. ยาห์อัว ข่าน
ซึ่งเป็นอดีตนายพลผู้นำที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประวัติศาสตร์ทางการเมือง นายพลข่านได้ขึ้นครองอำนาจจากการปฎิวัติในปี 1969 โดยแท้ที่จริงแล้วนายพลข่านไม่ประสงค์ที่จะยึดครองอำนาจไปตลอด ดังนั้นหลังจากที่ได้ขึ้นเป็นผู้นำแล้วเขาก็ได้ออกกฎหมายเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยในปี 1970 แต่ได้ทำให้เกิดการต่อต้านจากฝ่ายตรงข้าม นายพลข่านจึงได้สั่งการให้กองกำลังทหารออกไปยุติวคามสงบแต่ได้กลายเป็นสงครามนองเลือด ระหว่างทหารและประชาชนขึ้น ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และต่อมาก็ได้เกิดสงครามระหว่าง ปากีสถานกับอินเดียขึ้นในเขตชายแดน และกองทัพของปากีสถานได้พ่ายแพ้สงครามในครั้งนี้ อันเป็นสาเหตุมาจากความเป็นผู้นำที่ไร้ความสามารถของนายพล ยาห์อัว ข่าน นั่นเอง.
10. โจซิป โบรซ ติโต้
อดีตผู้นำประเทศยูโกสลาเวียที่ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากการปฎิบัติการอันเหี้ยมโหดแก่กองทัพทหารนาซี ที่ได้เข้ายึดครองประเทศยูโกสลาเวียในปี 1945 ภายใต้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ 2 ปีต่อมา นายพลติโต้ก็ได้ขัดแย้งกับสตาลินซึ่งเป็นผู้นำของประเทศโซเวียต ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้เกิดความสงบขึ้นมาในประเทศและนายพลติโต้ก็ได้ดำเนินปราบปรามกับผู้ต่อต้านด้วยวิธีการที่เด็ดขาดนั่นคือการสั่งประหารชีวิตนั่นเอง.
บุคลเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชาวโลกต้องสูญเสียชีวิตไปกว่า 170 ล้านคนการทำสถิติได้บันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการฆาตกรรมของผู้นำต่าง ๆ
โจเซฟ สตาลิน ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศ
โซเวียต ระหว่างปี 1929 - 53 จำนวนผู้เสียชีวิต 42.7 ล้านคน
เหมาเจ๋อตุง ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศจีน
ระหว่างปี 1923 - 76 จำนวนผู้เสียชีวิต 37.8 ล้านคน
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ลัทธิการปกครองนาซี ประเทศเยอรมันนี
ระหว่างปี 1933 - 45 จำนวนผู้เสียชีวิต 20.9 ล้านคน
เจียงไคเช็ด ลัทธิการปกครองฟาซิส ประเทศจีน
ระหว่างปี 1921- 48 จำนวนผู้เสียชีวิต 10.2 ล้านคน
วลาดิเมีย อีลิคท์ เลนิน ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศโซเวียต ระหว่างปี 1917- 24 จำนวนผู้เสียชีวิต 4.0 ล้านคน
โตโจ ฮิเดกิ ลัทธิการปกครอง ฟาซิส ประเทศญี่ปุ่น
ระหว่างปี 1941 - 45 จำนวนผู้เสียชีวิต 4.0 ล้านคน
พอลพต ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศกัมพูชา
ระหว่างปี 1968 - 87 จำนวนผู้เสียชีวิต 2.4 ล้านคน
ยาห์อัว ข่าน ลิทธิการปกครองทหาร ประเทศปากีสถาน
ระหว่างปี 1971 จำนวนผู้เสียชีวิต 1.5 ล้านคน
โจซิป โบรซ ติโต้ ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศ
ยูโกสลาเวีย ระหว่างปี 1941-87 จำนวนผู้เสียชีวิต 1.2 ล้านคน
ขอขอบคุณทุกแหล่งข้อมูลค่ะ
อนุสาวรีย์ของซัดดัม ฮุสเซ็น ที่เคยตั้งอยู่ใจกลางเมืองของกรุงแบกแดด ได้ถูกทำลายได้แพร่ภาพไปทั่วทุกมุมโลกนั้น ได้เป็นสัญญาณให้ชาวโลกได้เห็นว่า มหาอำนาจที่ซัดดัมได้สั่งสมมานานนับหลายปีนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่กระนั้นเหตุการณ์เหล่านี้ก็จะเป็นความทรงจำและเป็นภาพประวัติศาสตร์ของชาวโลก ชาวอิรักโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเคิร์ตซึ่งซัดดัมเคยสั่งการให้กองทหารของเขากระทำต่อประชาชนชาวเคิร์ตเยี่ยงฆาตกรใจโหด ที่ได้สั่งการให้ฆาตกรรมหมู่ประชาชนชาวเคิร์ตอย่างไร้มนุษยธรรม แต่ฆาตกรการเมืองใจโหดอย่างซัดดัม ฮุสเซ็น นั้นได้มีมานับเป็นเวลาช้านานหลายศตวรรษแล้ว
![]() |
| ซัดดัม ฮุสเซ็น |
นับว่าเป็นผู้นำที่สังหารประชาชนชาวโซเวียตเป็นอันดับหนึ่งของโลก เมื่อสตาลินได้ขึ้นเป็นผู้นำระดับประเทศนั้น เขาได้ทำการปฎิรูประบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ดังนั้นชาวนาเกษตรกรที่เคยมีพื้นดินทำกินเป็นของตัวเองจำต้องถูกยึดให้เป็นของรัฐบาลทั้งสิ้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าต้องมีประชาชนในโซเวียตได้ต่อต้านเป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั้นจากการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารแผ่นดินในครั้งนั้น สตาลินได้สังหารประชาชนไปเป็นจำนวนถึง 11.4 ล้านคน แและต่อมาภายใต้สงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนชาวโซเวียตก็ต้องถูกสังหารอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน.
![]() |
| โจเซฟ สตาลิน |
ซึ่งนับว่าเป็นผู้นำที่มีอำนาจภายใต้ระบบการปกครองลัทธิคอมมิวนิสต์ที่นานมากและก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาได้สั่งการฆาตกรรมประชาชนชาวจีนเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน คือนับตั้งแต่ปี 1923 และได้สิ้นสุดอำนาจลงเมื่อปี 1976 ต่อมาในปี 1949 เหมาก็ได้เข้ายึดอำนาจกองทัพทหารของเจียงไคเช็ด ซึ่งมีระบบการปกครองลัทธิฟาซิส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างปี 1964-1975 ซึ่งเป็นปีที่แสดงความโหดร้ายของเหมาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเขาได้สั่งการบังคับขู่เข็ญให้ประชาชนผู้มีการศึกษาไปทำไร่ทำนาแทนที่จะใช้วิชาความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาที่ได้เล่าเรียนมา สำหรับผู้ที่ต่อต้านหรือไม่สามารถที่จะกระทำตามได้ก็จะถูกสังหาร ดังนั้นจึงมีประชาชนที่น่าจะทำประโยชน์และเป็นทรัพยากรให้แก่บ้านเมืองต้องล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก.
![]() |
| เหมาเจ๋อตุง |
อดีตผู้นำลัทธินาซีชาวเยอรมัน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้ที่ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นความทรงจำของประชาชนไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนชาวยิวที่ถูกทหารนาซีสังหารอย่างไร้มนุษยธรรม จุดประสงค์ฮิตเลอร์ก็เพื่อที่จะต้องการเป็นเจ้ามหาอำนาจทางการเมืองในยุโรปแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ในที่สุดสิ้นอำนาจลงโดยเขาได้ครองอำนาจให้ระหว่างปี 1933-1945 เท่านั้น วิธีการสังหารหมู่ได้แสดงถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตของเขาก็คือการที่ได้คุมขังชาวยิวในแค้มป์ปิดแล้วรมควันแก๊สพิษอันเป็นเรื่องราวที่ยังเป็นที่จดจำจนกระทั่งทุกวันนี้
![]() |
| อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ |
คืออดีตนายพลผู้นำลัทธิฟาซิสของจีนที่อยู่ในอำนาจระหว่างปี 1921-1948 ซึ่งในระหว่างที่เจียงไคเช็ดอยู่ในอำนาจ เขาจำต้องต่อสู้กับศัตรูทางการเมืองถึง 2 ฝ่ายด้วยกัน คือญี่ปุ่น ที่ได้พยายามรุกรานเขตแดนของจีนอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกฝ่ายก็คือเหมาเจ๋อตุง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ที่ได้พยายามรวบรวมอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก็ได้มีการสู้รบกันเป็นระยะเวลาหลายปี แต่ในที่สุดเจียงไคเช็ดก็ได้พ่ายแพ้แก่เหมาในปี 1949 ซึ่งก็ได้ไช้วิธีกระทำการโหดเหี้ยมทารุณเป็นอย่างยิ่ง.
![]() |
| เจียงไคเช็ด |
หลังจากโซเวียตได้ขับพระราชวงศ์พระเจ้าซ่าร์ลงจากอำนาจของประเทศได้ในปี 1917เลนินก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไป ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สงบ แต่เลนินนั้นต้องการที่จะเป็นผู้เผด็จการของประเทศ ดังนั้นเขาจึงได้จัดระบบใหม่ตามความคิดของเขาจนในที่สุดก็ได้เกิดความขัดแย้งและก่อให้เกิดสงครามในประเทศขึ้นในปี 1918-1920ซึ่งเป็นเหตุให้มีการสูญเสียชีวิตของประชาชนอย่างมากมาย
![]() |
| วลาดิเมีย อีลิคท์ เลนิน |
อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าองค์จักรพรรดิฮิโรฮิโต ผู้ซึ่งไม่เคยมีอำนาจทางการเมืองของประเทศแต่อย่างใด และระหว่างที่สงครามโลกครั้งที่ 2ยังคุกรุ่น ทหารญี่ปุ่นก็ได้รุกรานหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเซียด้วยวิธีการอำมหิตเช่นกัน หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง ฮิลเลอร์แพ้สงครามฮิเดกิได้ถูกตัดสินเป็นอาชญากรสงครามและถูกประหารชีวิตโดยการถูกแขวนคอเมื่อปี 1948.
| โตโจ ฮิดิกิ |
อดีตผู้นำกลุ่มเขมรแดงซึ่งได้สิ้นชีวิตลงเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ที่ได้เข้ายึดอำนาจประเทศกัมพูชาด้วยการสู้รบอย่างนองเลือดในปี 1975 หลังจากที่ได้ครองอำนาจแล้วก็ได้นำลัทธิของเหมาเข้ามาบริหารประเทศซึ่งได้ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียชีวิตจากการถูกสังหารบ้าง หรือความอดอยากไปนับ 1.5 ล้านคน นอกจากนั้นก็ได้สังหารผู้ต่อต้านการปกครองของพอลพตอีกเป็นจำนวนมาก.
![]() |
| พอลพต |
ซึ่งเป็นอดีตนายพลผู้นำที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประวัติศาสตร์ทางการเมือง นายพลข่านได้ขึ้นครองอำนาจจากการปฎิวัติในปี 1969 โดยแท้ที่จริงแล้วนายพลข่านไม่ประสงค์ที่จะยึดครองอำนาจไปตลอด ดังนั้นหลังจากที่ได้ขึ้นเป็นผู้นำแล้วเขาก็ได้ออกกฎหมายเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยในปี 1970 แต่ได้ทำให้เกิดการต่อต้านจากฝ่ายตรงข้าม นายพลข่านจึงได้สั่งการให้กองกำลังทหารออกไปยุติวคามสงบแต่ได้กลายเป็นสงครามนองเลือด ระหว่างทหารและประชาชนขึ้น ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และต่อมาก็ได้เกิดสงครามระหว่าง ปากีสถานกับอินเดียขึ้นในเขตชายแดน และกองทัพของปากีสถานได้พ่ายแพ้สงครามในครั้งนี้ อันเป็นสาเหตุมาจากความเป็นผู้นำที่ไร้ความสามารถของนายพล ยาห์อัว ข่าน นั่นเอง.
| ยาห์อัว ข่าน |
อดีตผู้นำประเทศยูโกสลาเวียที่ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากการปฎิบัติการอันเหี้ยมโหดแก่กองทัพทหารนาซี ที่ได้เข้ายึดครองประเทศยูโกสลาเวียในปี 1945 ภายใต้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ 2 ปีต่อมา นายพลติโต้ก็ได้ขัดแย้งกับสตาลินซึ่งเป็นผู้นำของประเทศโซเวียต ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้เกิดความสงบขึ้นมาในประเทศและนายพลติโต้ก็ได้ดำเนินปราบปรามกับผู้ต่อต้านด้วยวิธีการที่เด็ดขาดนั่นคือการสั่งประหารชีวิตนั่นเอง.
| โจซิป โบรซ ติโต้ - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
บุคลเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชาวโลกต้องสูญเสียชีวิตไปกว่า 170 ล้านคนการทำสถิติได้บันทึกเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการฆาตกรรมของผู้นำต่าง ๆ
โจเซฟ สตาลิน ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศ
โซเวียต ระหว่างปี 1929 - 53 จำนวนผู้เสียชีวิต 42.7 ล้านคน
เหมาเจ๋อตุง ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศจีน
ระหว่างปี 1923 - 76 จำนวนผู้เสียชีวิต 37.8 ล้านคน
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ลัทธิการปกครองนาซี ประเทศเยอรมันนี
ระหว่างปี 1933 - 45 จำนวนผู้เสียชีวิต 20.9 ล้านคน
เจียงไคเช็ด ลัทธิการปกครองฟาซิส ประเทศจีน
ระหว่างปี 1921- 48 จำนวนผู้เสียชีวิต 10.2 ล้านคน
วลาดิเมีย อีลิคท์ เลนิน ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศโซเวียต ระหว่างปี 1917- 24 จำนวนผู้เสียชีวิต 4.0 ล้านคน
โตโจ ฮิเดกิ ลัทธิการปกครอง ฟาซิส ประเทศญี่ปุ่น
ระหว่างปี 1941 - 45 จำนวนผู้เสียชีวิต 4.0 ล้านคน
พอลพต ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศกัมพูชา
ระหว่างปี 1968 - 87 จำนวนผู้เสียชีวิต 2.4 ล้านคน
ยาห์อัว ข่าน ลิทธิการปกครองทหาร ประเทศปากีสถาน
ระหว่างปี 1971 จำนวนผู้เสียชีวิต 1.5 ล้านคน
โจซิป โบรซ ติโต้ ลัทธิการปกครองคอมมิวนิสต์ ประเทศ
ยูโกสลาเวีย ระหว่างปี 1941-87 จำนวนผู้เสียชีวิต 1.2 ล้านคน
ขอขอบคุณทุกแหล่งข้อมูลค่ะ
วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553
รักนิรันดร์
ที่ตรงนี้....ยังมีรัก
ที่ตรงนี้....ยังมีความรู้สึกดี ๆ
หากเธอมีความจริงใจให้แก่กัน
ในวันข้างหน้า...
ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลง
ที่ตรงนี้....ยังมีความรู้สึกดี ๆ
หากเธอมีความจริงใจให้แก่กัน
ในวันข้างหน้า...
ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลง
โลกของฉันอยู่ตรงนี้
และในยามที่เธอคิดถึงฉัน
ฉันจะ "รอ" ในที่ ที่ เธอรู้
There is only one happiness in life,
to love and to be loved.
วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553
บ้านพักในสวนกับปลายฝน
ความคิด บวก อารมณ์
กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซ้ำ ๆ กัน หลาย ๆ ครั้ง
จิตใต้สำนึก กับความรู้สึก บางอย่าง
กำลังนำเราไปสู่ความจริงที่ชัดเจน
และคำตอบที่แน่นอน
เดือนตุลา...
เป็นช่วง ปลาย ๆ ฤดูฝน
เช้านี้ก็เหมือนเช้าทุก ๆ วันที่ผ่านมา
ต้นไม้ ใบไม้ ชุ่มน้ำ..
ใบหน้าสัมผัสกับลมเย็นและอากาศชื้น
วันนี้...
ไม่ได้ออกไปเดินนอกบ้านเหมือนทุกวัน
เพราะร่างกายเจ้ากำ เกิดมีไข้
หลังจากที่เป็นหวัดอยู่หลายวัน
คืนก่อน...
หลายวันที่ผ่านมา ฝนตกหนักมาก
ช่วงกลางคืน และต่อเนื่องถึงเช้า
ทำให้อดคิดถึงบ้านพักหลังเล็ก
บนเนินเขาเตี้ย ๆ ท่ามกลางสวนผลไม้ไม่ได้
คืนนี้...
กลางคืนไม่มีดวงจันทร์
ไม่มีดาวให้มองเห็น
มีเพียงเมฆครึ้ม ฝนดำ ทะมึน
วันพรุ่งนี้...
เช้าวันใหม่ ฉันแอบหวังว่า
ตื่นขึ้นมาคงได้พบกับวันใหม่
ที่ท้องฟ้าสดใส ไร้เมฆฝน
และยามค่ำคืน ข้างขึ้น ดวงจันทร์กระจ่างฟ้า
และแสงดาวระยิบระยับในคืนข้างแรม
ว่าไปแล้ว...
บรรยากาศของ ดิน ฟ้า อากาศ
ทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ได้ไม่น้อยเลยนะ
กับสิ่งที่เกิดขึ้น ซ้ำ ๆ กัน หลาย ๆ ครั้ง
จิตใต้สำนึก กับความรู้สึก บางอย่าง
กำลังนำเราไปสู่ความจริงที่ชัดเจน
และคำตอบที่แน่นอน
เดือนตุลา...
เป็นช่วง ปลาย ๆ ฤดูฝน
เช้านี้ก็เหมือนเช้าทุก ๆ วันที่ผ่านมา
ต้นไม้ ใบไม้ ชุ่มน้ำ..
ใบหน้าสัมผัสกับลมเย็นและอากาศชื้น
วันนี้...
ไม่ได้ออกไปเดินนอกบ้านเหมือนทุกวัน
เพราะร่างกายเจ้ากำ เกิดมีไข้
หลังจากที่เป็นหวัดอยู่หลายวัน
คืนก่อน...
หลายวันที่ผ่านมา ฝนตกหนักมาก
ช่วงกลางคืน และต่อเนื่องถึงเช้า
ทำให้อดคิดถึงบ้านพักหลังเล็ก
บนเนินเขาเตี้ย ๆ ท่ามกลางสวนผลไม้ไม่ได้
คืนนี้...
กลางคืนไม่มีดวงจันทร์
ไม่มีดาวให้มองเห็น
มีเพียงเมฆครึ้ม ฝนดำ ทะมึน
วันพรุ่งนี้...
เช้าวันใหม่ ฉันแอบหวังว่า
ตื่นขึ้นมาคงได้พบกับวันใหม่
ที่ท้องฟ้าสดใส ไร้เมฆฝน
และยามค่ำคืน ข้างขึ้น ดวงจันทร์กระจ่างฟ้า
และแสงดาวระยิบระยับในคืนข้างแรม
ว่าไปแล้ว...
บรรยากาศของ ดิน ฟ้า อากาศ
ทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ได้ไม่น้อยเลยนะ
วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ระลึกเดือนตุลา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






















